วันจันทร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ความสุขของกะทิ : ความฝันที่สวยงาม ที่อาจไม่มีอยู่ในชีวิตจริง

ในฐานะของผู้อ่าน ผมว่ามีบางอย่างขาดไปสำหรับหนังสือเล่มนี้
ในฐานะนักเขียนผมมองว่ามีบางประเด็นที่ดูไม่สมจริง...

แต่ถ้าถามว่าชอบมั้ย...

ผมว่าผมชอบหนังสือเล่มนี้

มันดูเป็นเรื่องราวที่แอบสุข ปน แอบเศร้าอยู่เล็กๆ

โทนเรื่องมันเหมือนจะอบอุ่น
แต่ผมว่าจริงแล้วไม่ใช่

มันขาดอะไรไปบางอย่าง

งานเขียนของคุณงามพรรณชิ้นนี้จึงสร้างความรู้สึกแปลกๆให้กับผม

เนื้อหาของหนังสือเล่าถึงเด็กสาวชื่อ กะทิ
ที่ต้องมาใช้ชีวิตอยู่กับ ตา-ยาย ที่ต่างจังหวัด

ซึ่งทั้ง ตา-ยาย ก็เป็นคนที่เคยทำงานอยู่ในเมือง และ ออกจะดูมีฐานะ และ มีหน้ามีตาอยู่ในระดับหนึ่งจากตำแหน่งหน้าที่การงานของทั้งสอง เพราะอะไรๆในชีวิตของกะทิช่างดูดี และ อบอุ่นเหลือเกิน

ตัวนิยายเรื่องนี้เลยดูเหมือนว่า มีกลิ่นอายการใช้ชีวิตในเทพนิยายหน่อยๆตอนเปิดเรื่อง

แต่จากนั้นเนื้อหาค่อยๆขมวดปมเล่าถึงสาเหตุที่กะทิต้องมาอยู่กับตายาย เล่าถึงแม่ของกะทิ เล่าถึงพ่อ และ ปมที่กะทิสงสัยทั้งหมด

ผมใช้เวลาอ่านหนังสือเล่มนี้ไม่นาน
พออ่านจบ ยังรู้สึกว่าขาดอะไรไปบางอย่าง...
แต่ผมก็ตอบไม่ได้ว่าคืออะไร

...อย่างน้อยผมก็แนะนำให้ลองไปหามาอ่านดู...

วันอาทิตย์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

Toriko : อาหาร การกิน คือชีวิตของชาวกูร์เมต์

Toriko เปิดตัวด้วยกลิ่นอายแปลกๆ จะเรียกว่าหลงยุคหน่อยๆ
เมื่อเทียบกับการ์ตูนใน Jump อย่างปัจจุบัน
กล่าวคือ

Toriko ดิบเถื่อนเกินไป เมื่อเทียบกับเรื่องที่มีแนวคิดละเอียดอ่อน
อย่าง Naruto หรือ Bleach จะว่าไป กลิ่นอายของ Toriko จะเป็นการ์ตูนยุค 90
เสียมากกว่า คือ เน้นว่ากันตรงๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก ไม่ต้องปูพื้นอะไรมาก
ซัดกันจะๆไปเลย

เรื่องราวของ Toriko จึงดึงผมกลับไปสู่การ์ตูนแนวสายหลักของ Jump จริงๆ
คือเน้นเวอร์ๆ เน้นสนุก แบบไม่ต้องคิดมาก และเก็บ Level กันไปเรื่อยๆ

แต่ภายใต้ภาพลักษณ์แบบดิบๆที่กล่าวไป
จริงๆแล้ว Toriko แอบซ่อนโครงเรื่องที่ยิ่งใหญ่เอาไว้ข้างหลังอย่างแยบยล
นั่นคือการสร้างโลกแห่งอาหารการกินอย่าง Gourmet World ขึ้นมาให้ผู้อ่านได้อินไปอย่างไม่รู้ตัว

ตัวเอกคือ Toriko 1 ในจตุรเทพของโ,กกูร์เมต์ ซึ่งคอยค้นหาวัตถุดิบที่แสนจะพิสดารมากมาย
เมื่อนำมาเป็น Full Course ของตน โดยเขาได้พบกับโคมัตสึ พ่อครัวระดับโรงแรม 5 ดาว
ที่แสนจะอ่อนแอ แต่กล้าหาญ ทั้งคู่ต้องฝ่าฟันเหตุการณ์ต่างๆมากมาย
เพื่อได้มาซึ่งสุดยอดของวัตถุดิบ!!!

ตอนนี้ฉบับภาษาไทยแปลออกมาแล้วภายใต้สำนักพิมพ์สยามอินเตอร์ฯ ถึงเล่ม 9
ลองหามาอ่านกันได้ครับ

รับรองไม่ผิดหวัง!!!

วันเสาร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

เหมืองแร่ : คืออดีตที่กลายเป็นอนาคตมิรู้วาย...

เพราะวันนี้เป็นงานฟุตบอลประเพณี เลือดสีชมพูของผมจะเต้นระริกๆทุกครั้ง
พาลทำให้ผมนึกถึงนวนิยายชั้นเยี่ยมของเด็กจุฬาฯขึ้นมาเรื่องหนึ่ง
ก็คือเรื่อง เหมืองแร่ ของ พี่บัณฑิต อาจินต์ ปัญจพรรค์ ศิลปินแห่งชาติสาขา วรรณศิลป์

พี่อาจินต์เป็นนิสิตที่ถูกรีไทร์จากคณะวิศวะ
จนต้องระหกระเหเร่ร่อนไปเป็นคนงานเหมืองแร่ที่พังงา
หลังจากเหมืองแร่ปิดตัวลง
พี่อาจินต์ก็กลับมาเขียน เรื่องส้ัน ชุดนี้จนครบถ้วนเป็นจำนวน 142 ตอน

ภายในเรื่องสั้นทั้ง 142 ตอนนั้น
ได้ถ่ายทอดความลำเค็ญ ปนสุข ปนเศร้า ที่ขัดเกลาชีวิตของชายหนุ่ม
จนเติบโตเป็นมนุษย์อย่างสมบูรณ์

เรื่องสั้นชุดนี้ได้เด็กจุฬาฯอีกคนนำไปถ่ายทอดลงบนแผ่นฟิลม์ภายใต้ชื่อว่า "มหาลัย' เหมืองแร่"

พอได้อ่านเรื่องสั้นชุดนี้แล้ว
มีหลายตอนที่พูดถึงจุฬาลงกรณ๊์มหาวิทยาลัย
และสิ่งที่มหาลัยของเราได้สอนสั่งเอาไว้

เวลาอ่านทีไร จึงคิดถึงมหาวิทยาลัยเหลือเกิน...

วันศุกร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

The Beach Stars (ビーチスターズ) : หาดทราย แสงแดด และ บิกินี่

แนวทางของการเอา กีฬา มาใช้เป็นโครงเรื่องในการเขียนการ์ตูนนั้น
เป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมค่อนข้างมากเลยทีเดียวใน Manga

ทั้งเรื่องของ เบสบอล ฟุตบอล กรีฑา และอื่นๆอีกมากมาย

เร็วๆนี้ผมได้โอกาสอ่านเรื่อง The Beach Stars การ์ตูนที่ตอนแรกผมคิดว่าเป็น
การ์ตูนเซอร์วิสธรรมดาๆ แต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่เลย!

เนื้อหาของ The Beach Stars นั้นเข้มข้น และน่าสนใจยิ่งนัก
เพียงแต่มันมีรูปสาวในชุด บิกินี่ เยอะซะจนชวนให้เข้าใจผิดเท่านั้นเอง
ครั้งแรกที่ผมไม่ได้ซื้อหามา ก็เพราะคิดว่าเป็นการ์ตูน Service ดาดๆ
แต่พอได้เปิดอ่านแล้ว กลับได้รับอรรถรสและความรู้จากเรื่องราวของ Beach Volley มากขึ้นเป็นอย่างมาก

รายละเอียดของเนื้อหา และความสมจริงของการฝึกซ้อมค่อนข้างทำได้ดีเลยทีเดียว...

ตัวเอกเป็นเด็กสาวที่อกหักจากการเล่น Valley Ball เพราะชมรมถูกปิดไป
เธอจึงพยายามหาสิ่งที่จะคอยยึดเหนี่ยวจิตใจ จนได้พบกับ Beach Valley
และที่ันั่นเอง ก็ได้ทำให้เธอได้พบกับพรสวรรค์ที่ซ่อนอยู่ของเธอ...

ปัจจุบันนี้ผมไม่ได้ติดตามว่าภาคสองของเรื่องนี้มีตีพิมพ์ในประเทศไทยหรือเปล่า?
เพราะภาคแรกจะมีเพียง 7 เล่มเท่านั้นครับ :D

วันพฤหัสบดีที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

Yugo : บุรุษเหล็ก

ผมชอบเรื่องราวของการ์ตูนที่เปิดโลกทัศน์ให้เราได้มองเห็นมุมมองใหม่ๆในโลก
โดยเฉพาะการ์ตูนที่เกี่ยวกับวิชาชีพต่างๆนั้น
ผมมักจะเผลอไผลหลวมตัวซื้อหสมาครอบครองเอาไว้เสมอๆ

ไม่ว่าจะเป็นด้านการกีฬา ด้านการปรุงอาหาร หรือ ด้านอื่นๆที่มีเนื้อหาเจาะจงลงไปในอาชีพต่างๆ

แต่มีเรื่องหนึ่งซึ่งโดนใจผมมากๆ
เรื่องนั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับอาชีพนักต่อรอง

เรื่องนั้นมีชื่อว่า Yugo : บุรุษเหล็ก
และหนังสือเรื่องนี้ก็เป็นบุรุษเหล็กสมชื่อจริงๆ
เนื่องจากว่ารัฐบาลประเทศสารขันธ์เคยแบนการ์ตูนเรื่องนี้มาแล้ว
เพราะเนื้อหาที่ล่อแหลมต่ออะไรบางอย่าง... ซึ่งผมก็ยังไม่เข้าใจว่าล่อแหลมต่ออะไร

เรื่องราวของ Yugo ได้พาเราเข้าไปสู่โลกที่ดูเหนือจริงในฉากหลังของเกมส์การเมือง เกมส์สงคราม และ เกมส์เศรษฐกิจในโลก
โดยตัวเอกต้องคอยพยายามหาทางต่อรองเพื่อหลุดพ้นจากเงื่อนไขหายนะอันน่าสะพรึงกลัวในแต่ละตอน

ตัวเอกมักจะต้องเดินทางไปตามประเทศต่างๆในโลก
เพื่อแก้ไขปัญหาที่ไม่มีใครแก้ได้
ด้วยความสามารถของเขา ไม่มีเรื่องใดที่เขาทำการตกลงไม่สำเร็จ
เพราะเขาคือ นักต่อรอง... Yugo


สนใจอยากได้ Yugo การ์ตูนหายากไปไว้ในครอบครอง ติดต่อมาได้เลยครับ

วันพุธที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

Alive: The Final Evolution (アライブ -最終 進化的 少年-, Araibu - Saishū Shinkateki Shōnen)

หลายๆครั้งที่ผมผ่านแผงหนังสือไปโดยมองข้ามหนังสือหลายๆเรื่อง
จากนั้นก็จะได้ยินคนอื่นพูดถึง...
พูดว่าเรื่องที่ผมพลาดไปนั้น มันเยี่ยมยอดขนาดไหน

Alive: The Final Evolution (アライブ -最終 進化的 少年-, Araibu - Saishū Shinkateki Shōnen) หรือในชื่อภาษาไทยว่า "เผ่าหายนะ คนผ่าเหล่า" ซึ่งจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ ก็เป็นหนึ่งในเรื่องที่เข้าข่ายนี้

ผมมองผ่านมันไปหลายที และแอบคิดไปเองว่ามันคงเป็นการ์ตูน Service เนื้อหาดาด
จนวันหนึ่งมีโอกาสได้อ่านบทความที่พูดถึงหนังสือการ์ตูนเรื่องนี้

...จนอดไม่ได้ ผมเลยไปตามหาการ์ตูนเรื่องนี้มาอ่านอย่างพลาดไม่ได้จริงๆ

เรื่องราวของมนุษย์ที่มีการกลายพันธุ์ในรูปแบบต่างๆนั้นผ่านตาของเราจากภาพยนตร์ Hollywood หลายๆเรื่อง

Alive ก็เช่นกัน การกลายพันธุ์ที่เลี่ยงไม่ได้ และพวกเขาไม่อาจเลือกได้ ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของมนุษย์กลุ่มหนึ่งไปอย่างถาวร

ภาพยนตร์ Action อย่าง X-Men มารวมร่างกับลายเส้นแบบ Manga ญี่ปุ่น คือคำจำกัดความของ การ์ตูนเรื่องนี้

ผมพึ่งอ่านเล่มจบเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
รู้สึกลึกซึ้งถึงปรัชญาบางอย่างที่แฝงไว้ในการ์ตูนเรื่องนี้...

ปรัชญาที่ว่า... คนเราต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป แม้ว่าต้องเผชิญกับความเจ็บช้ำแค่ไหนก็ตาม

วันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

Percy Jackson and the Olympians : โอลิมปัสบนยอด Empire State

ผมเชื่อว่าเด็กผู้ชายไม่มากก็น้อยจะต้องมีความฝัน ความชื่นชอบเรื่องราว Fantasy อย่างพวกเทพกรีก เทพโรมัน ต่างๆ ...อย่างน้อยพวกที่ชอบ Seiya ก็น่าจะมีแนวโน้มชอบเรื่องของ Percy Jackson เป็นแน่

องค์ประกอบที่มีกลิ่นอายแปลกๆของการเอาเรื่องราวเทพปกรณ์นัมของกรีก มาผนวกกับโลกยุคปัจจุบัน
สร้างบรรยากาศที่ลงตัวอย่างแปลกๆให้กับหนังสือเล่มนี้ อย่างเช่น การย้ายเขาโอลิมปัสมาอยู่บนชั้น 600 ของ Empire State หรือว่าให้ Apollo เทพแห่งดวงอาทิตย์มาขับรถสปอร์ตสีแดงเพลิง เป็นต้น

Percy Jackson ตัวเอกของเรื่องเป็นเด็กธรรมดาๆ ที่ออกจะธรรมดาเกินไปด้วยซ้ำ
ด้วยชีวิตที่ธรรมดาจนมากเกินไปของเขา ทำให้เขาไม่ได้ต่างอะไรกับเด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน
จนกระทั่งเขาได้รับรู้ความลับบางอย่าง ว่าเขาไม่ได้เป็นเพียงเด็กผู้ชายธรรมดาๆ
แต่เขาเป็นลูกครึ่งเทพเจ้ากับมนุษย์ เหมือนกับวีรบุรุษในตำนานหลายๆคนอย่าง Hercules และ Perceus

ทำให้เขาต้องเข้าไปอยู่อาศัยในค่ายที่เรียกว่า Camp Half Blood ซึ่งเป็นศูนย์รวมของ Demi-Gods อย่างเขา

กลิ่นอายโดยทั่วไปอาจจะคล้ายๆกับ Harry Potter แต่จะต่างไปก็เรื่องของการปรากฎตัวของเหล่าเทพเจ้ากรีกหลายๆองค์ที่คอยเข้ามาสร้างภารกิจต่างๆให้ Percy ไปทำเพื่อกอบกู้โลก

เรื่องราวใน Series นี้มีความยาว 5 เล่ม และผมยืนยันว่าต้องอ่านทั้ง 5 เล่ม คุณถึงจะไม่ตกหล่นรายละเอียดหลายๆอย่างที่ผู้เขียน (Rick Riodan) ได้สอดแทรกเอาตามเนื้อหาในเล่มต่างๆ

ด้วยความดังของ Series นี้ทำให้มีเรื่องราวต่อเนื่องของ Percy Jackson ในชื่อว่า The Heros of Olympus และได้ถูกทำเป็นภาพยนตร์ ซึ่งกำกับโดย Chris Columbus ซึ่งโดยส่วตัวแล้ว ผมไม่ชอบมันเอาเสียเลย...