แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Manga แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Manga แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2554

คัยโอขิ พลิกตำนานจ้าวสมุทร : สายลม แสงแดด และ การล่องเรือในมหาสมุทรเวิ้งว้าง...

"เพราะว่าขี้เกียจ วันนี้เลยจะขยันมากๆ เพื่อว่าวันหน้า จะได้ขี้เกียจได้อย่างเต็มที่"...
เป็นคำพูดที่ดูมีความมั่นใจในตัวเองอย่างไรไม่รู้
คำพูดนี้เป็นคำพูดของ ฟาน กัมมะ บิเซ็น ตัวเอกของเรื่อง คัยโอขิ
การ์ตูนเรื่องยาวอีกเรื่องหนึ่งที่ผมรอคอยติดตามอย่างเหนียวแน่น

จะว่าไปตอนนี้ ญี่ปุ่น เกิดหายนะครั้งใหญ่ ทั้งแผ่นดินไหว คลื่นซึนามิ
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิด...

คอการ์ตูนหลายๆคน คงแอบคิดกันในใน ว่านักเขียนคนโปรดจะโดนผลกระทบอะไรจากเหตุการณ์นี้บ้างมั้ย

อย่างไรก็ตาม ผมก็ขอเป็นกำลังใจให้กับชาวญี่ปุ่นที่โดนวิกฤตครั้งนี้ ให้ผ่านพ้นความยากลำบากครั้งใหญ่นี้ไปให้จงได้

กลับมาสู่เรื่องของเรา คัยโอขิ เป็นการ์ตูนที่ผมไม่เคยคิดจะหยิบมาอ่าน
พอซื้อมา ก็แอบรู้สึกเสียใจว่ากูซื้อมาทำไม
จำได้ว่าครั้งนั้นผมซื้อมาพร้อมกันถึง 15 เล่ม
เพราะได้ยินว่ามันดีนักดีหนา

แต่พอเปิดอ่านไปเล่ม สองเล่มแรก
ก็เบื่อ และรู้สึกผิดหวังอยู่ในระดับหนึ่ง...

แต่พออ่านไปๆ
ความล้ำลึกของเนื้อหาเริ่มสร้างสายสัมพันธ์ประหลาดให้ผมติดตามอ่านอย่างใจจดใจจ่อ

เนื้อหาของคัยโอขิว่าด้วยเรื่องราวของชนเผ่าทะเล (ที่จะว่าไปก็คล้ายๆกับ Water World)
ที่ครอบครองมหาสมุทรทั้งโลก และเป็นชนเผ่าที่ทั้งโลกต่างก็ให้ความเกรงขาม

ฟาน กัมมะ บิเซ็น ก็เป็นชาวเผ่าคนหนึ่งที่เข้าร่วมชิงชัยการเป็นผู้นำเผ่าคนใหม่ หรือตำแหน่งที่เรียกว่า "เจ้าสมุทร"

การเดินทางของเขาจึงเริ่มต้นขึ้นจากจุดนี้
ความเด่น และความแหวกแนวของการ์ตูนเรื่องนี้คงไม่พ้น การให้รายละเอียดเกี่ยวกับการล่องเรือที่การ์ตูนเรื่องอื่นคงให้รายละเอียดเทียบเท่าได้ยาก
และการสร้างโลกใบใหม่ (โดยส่วนตัวผม ผมว่ามันเป็นโลกอนาคต ประมาณว่าหลังจากสงครามนิวเคลียร์อะไรแบบนั้น) พร้อมกับระบบสังคมแบบใหม่ขึ้นมา

หากเรียกรูปแบบของการ์ตูนแบบนี้ว่าเป็นแบบไหน
ผมคิดว่ามันเป็นแบบ Slow Starter คือยิ่งอ่านยิ่งมันส์!!!

วันอังคารที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

DMC : Detroit Metal City

ผมได้อ่านการ์ตูนเรื่องนี้เป็นเพราะผมได้ยินว่าพี่ตรัย ภูมิรัตน์ อ่าน
ผมก็ไม่คิดว่าลุคพี่ตรัยจะอ่านก่ร์ตูนที่แนวขนาดนี้
และแนวขนาดนี้ก็หมายถึงแนว Metal ซะด้วย

DMC หรือ Detroit Metal City เป็นการ์ตูนที่ผมอ่านแล้วรู้สึกถึงความ ดิบ เถื่อน และ เสื่อม แบบแปลกๆ

แต่ในความเถื่อน ดิบ เสื่อม ก็ถ่ายทอดความเป็น Metal ได้อย่างชัดเจนจริงๆ

ก่อนหน้านี้ ผมคิดว่า Metal ก็คือดนตรี Rock แนว ที่ต้องแต่งตัวแปลกๆ ทาหน้าขาวๆ อย่าง KISS

แต่พอได้อ่านแล้ว ผมรู้เลยว่า Metal มันมีอะไรมากกว่านั้นจริงๆ

เรื่องราวของ DMC เริ่มต้นจากเด็กหนุ่มผู้มีพรสวรรค์ด้าน Metal มากมาย เนงิชิ โซอิจิ เขาได้รับขนานนามว่า ท่านเคราเซอร์ที่ 2 สุดยอดแห่ง Metal ผู้ที่ทำได้ทุกๆอย่าง ประหนึ่งปีศาจร้ายแห่ง Metal

แต่ครจะรู้ว่าภายหลังลอกเมคอัพหน้าออก เด็กหนุ่มคนเดียวกันนี้ คือคนที่ชอบดนตรี Swedish Pop
และเป็นเด็กเนิร์ดคนหนึ่งเท่านั้น

เรื่องราวขมวดให้เกิดปมที่ เนงิชิ ต้องเลือกระหว่างการเป็น 2 คาแรคเตอร์ที่ต่างกันสุดขั้วอยู่ตลอดเวลา
ความดังของเรื่องนี้ทำให้ DMC ได้กลายเป็นทั้ง Animation และ ภาพยนตร์ฉบับคนแสดง ที่นำแสดงโดย Kenichi Matsuyama ผู้เคยรับบท L ที่แสนโด่งดังจาก Death Note

ความดังของเรื่องนี้มีมากมายขนาดไหน
มันจะมันส์อย่างไร ลองไปหามาอ่านดูครับ

วันพฤหัสบดีที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

BERSERK : จากวันนั้น ...ถึงวันนี้

ผมจำไม่ได้อย่างแน่นอนว่าผมได้อ่านมหากาพย์ชิ้นนี้ตั้งแต่เมื่อไร
แต่คร่าวๆมันก็ต้องเป็นช่วงประถมอย่างแน่นอน
การ์ตูนเรื่องนี้ถูกเขียนขึ้นตั้งแต่ปี 1990 จนถึงปัจจุบัน
ใช้เวลาไปแล้วกว่า 21 ปี
แต่มีรวมเล่มออกมาแค่ 35 เล่ม

วันนี้เป็นวันที่ฉบับภาษาไทยเล่ม 35 ออก
ทำให้ผมต้องมาเขียนถึง Berserk ซะหน่อย

เหตุผลที่เรียกว่ามหากาพย์คงเป็นที่มาจาก
1. ความยาวที่ยาวนานมากๆๆๆๆ
2. มันเป็นผลต่อเนื่องที่เราไม่แน่ใจว่า เราจะได้อ่านตอนจบของเรื่องมั้ย เพราะคนเขียนอาจจะตายก่อน

Kentarou Miura ผู้เขียน BERSERK เป็นโอตาคุที่ชอบเล่นเกมส์เป็นอย่างมาก
ทำให้เมื่อทีเกมส์แนวจีบสาวๆออกมา เขาต้องหยุดงบานเขียนเสียทุกครั้งไป

ทั้งๆที่เนื้อหาของ BERSERK นั้น ออกจะเป็นแนว Fantasy ผจญภัย ที่มีกลิ่นอายมืดๆอยู่ทั้งเรื่อง
ขัดแย้งกับรสนิยมของผู้เขียนอย่างชัดเจน!!!

เนื้อหาของเรื่องเป็นการเดินเรื่องที่มี กั๊ซ ตัวเอกของเรื่องเป็นผู้ดำเนินเรื่อง
โดยมีตัวร้านเป็นเพื่อนสนิทของ กั๊ซ ที่ชื่อว่า กรีฟิซ

ซึ่งถ้ามาเปิดอ่านโดยที่ไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน
ผู้อ่านใหม่ๆจะพาลเข้าใจผิดไปได้อย่างง่ายดายว่า ตัวร้ายคือ กั๊ซ อย่างแน่นอน

ตอนนี้เนื้อเรื่องออกทะเลไปพอสมควร
ทำให้ผู้อ่านยุคแรกๆถอนตัวไปหลายคน
แต่สำหรับผม
ผมยังแอบหวังลึกว่าจะได้อ่านตอนจบในชีวิตนี้...

วันพุธที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

GANTZ (ガンツ) : ลูกกลมลึกลับ มนุษย์ต่างดาว และ ความลับของจักรวาล

ในโอกาสที่หนังโรง GANTZ จะเข้าโรงในเร็ววันนี้
ผมเลยอยากพูดถึงความทรงจำเจ๋งๆเกี่ยวกับ Manga เรื่องนี้สักหน่อย

ผมมีโอกาสได้หยิบอ่าน GANTZ เพราะได้ยินว่ามันเป็นการ์ตูนเลือดสาด และ เซอร์วิส
และที่สำคัญมันจะถูกแบน...

ทำให้ผมอยากอ่านเรื่องนี้เป็นอย่างมาก
หลังจากได้อ่านไป 10 กว่าเล่ม ก็พบว่ามันเป็นการ์ตูนที่มีเรื่องราวบรรเจิดมากๆ
และยังไม่มีทีท่าจะเฉลยความลับต่างๆของเนื้อเรื่องเลยแม้แต่น้อย

โลกของ GANTZ นั้น เป็นโลกที่ซ้อนทับอยู่กับโลกที่เราใช้ชีวิตอยู่ในปัจจุบัน
ผู้ที่จะเข้าสู่ GANTZ ได้นั้น ก็คือผู้ที่ต้องผ่านการเสียชีวิตบนโลกนี้ไปแล้ว 1 ครั้ง
GANTZ จะมอบชีวิตที่ 2 ให้อีกครั้ง โดยต้องแลกกับการต่อสู้กับมนุษย์ต่างดาวหลากหลายพันธุ์

สาระสำคัญของเรื่องก็คือการต่อสู้ การเอาตัวรอด
และมิตรภาพที่จะช่วยให้ทุกๆคนใน GANTZ ผ่านพ้นการต่อสู้ในแต่ละครั้งไปได้

กลิ่นอายของการ์ตูนเรื่องนี้จะค่อนข้าง ดิบ เถื่อน และ 18+ หน่อยๆ
เพราะความโหดในฉากการฆ่า ฉากเลือดสาด ฉากวับๆแวมๆ
จึงไม่ใช่การ์ตูนที่เด็กๆควรจะอ่านและหมกหมุ่นในเวลานี้

แต่ในแง่ของการสร้างงาน
ผู้สร้างได้ให้ความละเอียดอ่อนกับฉากหลังต่างๆเป็นอย่างมาก
แทบทุกฉากนั้นสร้างจาก CG และ Character Design ก็ทำได้เยี่ยม...

ใครเป็นแฟนของ GANTZ อย่าลืมไปติดตามชมในโรงภาพยนตร์นะครับ 10 มีนาคม นี้

วันอาทิตย์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

Toriko : อาหาร การกิน คือชีวิตของชาวกูร์เมต์

Toriko เปิดตัวด้วยกลิ่นอายแปลกๆ จะเรียกว่าหลงยุคหน่อยๆ
เมื่อเทียบกับการ์ตูนใน Jump อย่างปัจจุบัน
กล่าวคือ

Toriko ดิบเถื่อนเกินไป เมื่อเทียบกับเรื่องที่มีแนวคิดละเอียดอ่อน
อย่าง Naruto หรือ Bleach จะว่าไป กลิ่นอายของ Toriko จะเป็นการ์ตูนยุค 90
เสียมากกว่า คือ เน้นว่ากันตรงๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก ไม่ต้องปูพื้นอะไรมาก
ซัดกันจะๆไปเลย

เรื่องราวของ Toriko จึงดึงผมกลับไปสู่การ์ตูนแนวสายหลักของ Jump จริงๆ
คือเน้นเวอร์ๆ เน้นสนุก แบบไม่ต้องคิดมาก และเก็บ Level กันไปเรื่อยๆ

แต่ภายใต้ภาพลักษณ์แบบดิบๆที่กล่าวไป
จริงๆแล้ว Toriko แอบซ่อนโครงเรื่องที่ยิ่งใหญ่เอาไว้ข้างหลังอย่างแยบยล
นั่นคือการสร้างโลกแห่งอาหารการกินอย่าง Gourmet World ขึ้นมาให้ผู้อ่านได้อินไปอย่างไม่รู้ตัว

ตัวเอกคือ Toriko 1 ในจตุรเทพของโ,กกูร์เมต์ ซึ่งคอยค้นหาวัตถุดิบที่แสนจะพิสดารมากมาย
เมื่อนำมาเป็น Full Course ของตน โดยเขาได้พบกับโคมัตสึ พ่อครัวระดับโรงแรม 5 ดาว
ที่แสนจะอ่อนแอ แต่กล้าหาญ ทั้งคู่ต้องฝ่าฟันเหตุการณ์ต่างๆมากมาย
เพื่อได้มาซึ่งสุดยอดของวัตถุดิบ!!!

ตอนนี้ฉบับภาษาไทยแปลออกมาแล้วภายใต้สำนักพิมพ์สยามอินเตอร์ฯ ถึงเล่ม 9
ลองหามาอ่านกันได้ครับ

รับรองไม่ผิดหวัง!!!

วันศุกร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

The Beach Stars (ビーチスターズ) : หาดทราย แสงแดด และ บิกินี่

แนวทางของการเอา กีฬา มาใช้เป็นโครงเรื่องในการเขียนการ์ตูนนั้น
เป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมค่อนข้างมากเลยทีเดียวใน Manga

ทั้งเรื่องของ เบสบอล ฟุตบอล กรีฑา และอื่นๆอีกมากมาย

เร็วๆนี้ผมได้โอกาสอ่านเรื่อง The Beach Stars การ์ตูนที่ตอนแรกผมคิดว่าเป็น
การ์ตูนเซอร์วิสธรรมดาๆ แต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่เลย!

เนื้อหาของ The Beach Stars นั้นเข้มข้น และน่าสนใจยิ่งนัก
เพียงแต่มันมีรูปสาวในชุด บิกินี่ เยอะซะจนชวนให้เข้าใจผิดเท่านั้นเอง
ครั้งแรกที่ผมไม่ได้ซื้อหามา ก็เพราะคิดว่าเป็นการ์ตูน Service ดาดๆ
แต่พอได้เปิดอ่านแล้ว กลับได้รับอรรถรสและความรู้จากเรื่องราวของ Beach Volley มากขึ้นเป็นอย่างมาก

รายละเอียดของเนื้อหา และความสมจริงของการฝึกซ้อมค่อนข้างทำได้ดีเลยทีเดียว...

ตัวเอกเป็นเด็กสาวที่อกหักจากการเล่น Valley Ball เพราะชมรมถูกปิดไป
เธอจึงพยายามหาสิ่งที่จะคอยยึดเหนี่ยวจิตใจ จนได้พบกับ Beach Valley
และที่ันั่นเอง ก็ได้ทำให้เธอได้พบกับพรสวรรค์ที่ซ่อนอยู่ของเธอ...

ปัจจุบันนี้ผมไม่ได้ติดตามว่าภาคสองของเรื่องนี้มีตีพิมพ์ในประเทศไทยหรือเปล่า?
เพราะภาคแรกจะมีเพียง 7 เล่มเท่านั้นครับ :D

วันพฤหัสบดีที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

Yugo : บุรุษเหล็ก

ผมชอบเรื่องราวของการ์ตูนที่เปิดโลกทัศน์ให้เราได้มองเห็นมุมมองใหม่ๆในโลก
โดยเฉพาะการ์ตูนที่เกี่ยวกับวิชาชีพต่างๆนั้น
ผมมักจะเผลอไผลหลวมตัวซื้อหสมาครอบครองเอาไว้เสมอๆ

ไม่ว่าจะเป็นด้านการกีฬา ด้านการปรุงอาหาร หรือ ด้านอื่นๆที่มีเนื้อหาเจาะจงลงไปในอาชีพต่างๆ

แต่มีเรื่องหนึ่งซึ่งโดนใจผมมากๆ
เรื่องนั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับอาชีพนักต่อรอง

เรื่องนั้นมีชื่อว่า Yugo : บุรุษเหล็ก
และหนังสือเรื่องนี้ก็เป็นบุรุษเหล็กสมชื่อจริงๆ
เนื่องจากว่ารัฐบาลประเทศสารขันธ์เคยแบนการ์ตูนเรื่องนี้มาแล้ว
เพราะเนื้อหาที่ล่อแหลมต่ออะไรบางอย่าง... ซึ่งผมก็ยังไม่เข้าใจว่าล่อแหลมต่ออะไร

เรื่องราวของ Yugo ได้พาเราเข้าไปสู่โลกที่ดูเหนือจริงในฉากหลังของเกมส์การเมือง เกมส์สงคราม และ เกมส์เศรษฐกิจในโลก
โดยตัวเอกต้องคอยพยายามหาทางต่อรองเพื่อหลุดพ้นจากเงื่อนไขหายนะอันน่าสะพรึงกลัวในแต่ละตอน

ตัวเอกมักจะต้องเดินทางไปตามประเทศต่างๆในโลก
เพื่อแก้ไขปัญหาที่ไม่มีใครแก้ได้
ด้วยความสามารถของเขา ไม่มีเรื่องใดที่เขาทำการตกลงไม่สำเร็จ
เพราะเขาคือ นักต่อรอง... Yugo


สนใจอยากได้ Yugo การ์ตูนหายากไปไว้ในครอบครอง ติดต่อมาได้เลยครับ

วันพุธที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

Alive: The Final Evolution (アライブ -最終 進化的 少年-, Araibu - Saishū Shinkateki Shōnen)

หลายๆครั้งที่ผมผ่านแผงหนังสือไปโดยมองข้ามหนังสือหลายๆเรื่อง
จากนั้นก็จะได้ยินคนอื่นพูดถึง...
พูดว่าเรื่องที่ผมพลาดไปนั้น มันเยี่ยมยอดขนาดไหน

Alive: The Final Evolution (アライブ -最終 進化的 少年-, Araibu - Saishū Shinkateki Shōnen) หรือในชื่อภาษาไทยว่า "เผ่าหายนะ คนผ่าเหล่า" ซึ่งจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ ก็เป็นหนึ่งในเรื่องที่เข้าข่ายนี้

ผมมองผ่านมันไปหลายที และแอบคิดไปเองว่ามันคงเป็นการ์ตูน Service เนื้อหาดาด
จนวันหนึ่งมีโอกาสได้อ่านบทความที่พูดถึงหนังสือการ์ตูนเรื่องนี้

...จนอดไม่ได้ ผมเลยไปตามหาการ์ตูนเรื่องนี้มาอ่านอย่างพลาดไม่ได้จริงๆ

เรื่องราวของมนุษย์ที่มีการกลายพันธุ์ในรูปแบบต่างๆนั้นผ่านตาของเราจากภาพยนตร์ Hollywood หลายๆเรื่อง

Alive ก็เช่นกัน การกลายพันธุ์ที่เลี่ยงไม่ได้ และพวกเขาไม่อาจเลือกได้ ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของมนุษย์กลุ่มหนึ่งไปอย่างถาวร

ภาพยนตร์ Action อย่าง X-Men มารวมร่างกับลายเส้นแบบ Manga ญี่ปุ่น คือคำจำกัดความของ การ์ตูนเรื่องนี้

ผมพึ่งอ่านเล่มจบเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
รู้สึกลึกซึ้งถึงปรัชญาบางอย่างที่แฝงไว้ในการ์ตูนเรื่องนี้...

ปรัชญาที่ว่า... คนเราต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป แม้ว่าต้องเผชิญกับความเจ็บช้ำแค่ไหนก็ตาม

วันเสาร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2554

Beck : ปุ ปะ จังหวะ ฮา

ผมจำได้ว่าครั้งแรกที่ผมเห็นหน้าปกของ Beck นั้น ผมมองข้ามไป และไม่ได้มีความคิดอยากจะซื้อมาอ่านแม้แต่น้อย อาจเป็นเพราะลายเส้นที่ดูไม่ถูกโฉลกกับผมมากนัก

ผ่านไปอยู่นานสักช่วงหนึ่งจน Beck ออกมาถึงรวมเล่มเล่มที่ 4 ถ้าผมจำไม่ผิด ผมมีโอกาสได้คุยกับเพื่อนที่เล่นดนตรีด้วยกันว่า Beck นี่ล่ะ สุดยอดความมันส์ของการ์ตูนดนตรี ผนวกกับช่วงนั้นที่ผมไม่ได้มีอะไรอ่านเป็นพิเศษ ทำให้ผมต้องไปซื้อหา Beck มาอ่านจนได้

จำได้ว่าหายากอยู่ในระดับหนึ่ง เพราะซื้อหาเล่ม 1 ไม่ได้ จนต้องเที่ยวตระเวนวุ่นอยู่พักหนึ่ง
พอหาได้ และ กลับมาอ่าน

...ความคิดที่ผมมีต่อ Beck ก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
...ผมว่าหนังสือเรื่องนี้มันร้องเพลงได้!!!

ผมเป็นคนที่อ่านหนังสือเยอะในระดับหนึ่ง แต่นี่เป็นเล่มแรกของหนังสือการ์ตูนดนตรี ที่ผมแทบจะได้ยินเสียงเพลงะไหลมาพร้อมกับตัวหนังสือ!

เรื่องราวของ Beck ไม่ไดเป็นตามสูตรสำเร็จทั่วไปนัก
ปูพื้นจากตัวละครตัวเอกที่ไม่ได้สมบูรณ์แบบอะไรมากนัก ออกจะเป็นเด็กขี้แพ้ธรรมดาๆในโรงเรียนซะด้วย
แต่จับพลัดจับผลูทำให้หนุ่มน้อยวัย 14 ที่ชื่อว่า "โคะยูกิ" ได้เริ่มมาเล่นกีต้าร์
จากนั้นโลกของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

Harold Sakuichi ผู้เขียน ได้เล่าเรื่องอย่างน่าสนใจ และตีแผ่มุมมองหลากหลายมุมที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนในอุตสาหกรรมดนตรี

จากวางอินดี้เล็กๆ กลายเป็นวง Rock ชื่อก้องโลก

หนทางของพวกเขาไม่ง่ายดายนัก

แต่ผมเชื่อว่า ทันทีที่คุณได้เริ่มงานเรื่องราวเหล่านี้

คุณอาจจะนึกถึงฝันที่เคยคิดเอาไว้เมื่อตอนยังเป็นเด็กก็ได้...