กะว่าจะกลับมาอัพ blog นี้อยู่หลายวัน
แต่งานที่เข้ามามากมายในช่วงนี้ ทั้งโปรเจคใหม่ๆ งานแปล และงานเขียน
ก็ทำให้หัวปั่นกันไปใหญ่
ยิ่งไปกว่านั้น Laptop คู่ใจก็ดันถูกนำไป Format เนื่องจากความหน่วงซึ่งเกิดจากอายุการใช้งานที่ยืนยาวอยู่พอตัว
อีกทั้งไอ้เรื่องการติดตามข่าวสารจากแผ่นดินไหว ซึนามิ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์รั่ว
อีกมากมาย ทำให้หาเวลามาเขียน blog นี้ไม่ได้จริงๆ
พอมานึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นนี้ ก็พาลทำให้ผมนึกถึงการ์ตูนเรื่อง Coppelion : สามนางฟ้าผ่าโลกนิวเคลียร์ ซึ่งมีเหตุการณ์ละม้ายคล้ายคลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นมนตอนนี้เสียเหลือเกิน
เริ่มจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวใหญ่ในโตเกียว จนส่งผลให้เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์รั่วไหลออกมา
จนก่อให้เกิดมลภวะอย่างรุนแรงไปทั้งเขตโตเกียว
ชาวบ้านทั้งโตเกียวจึงต้องอพยพย้ายออกมาจากโตเกียวจนหมด
เพียงแต่ว่า ก็ยังคงมีคนส่วนหนึ่งที่ยังไม่ยอมหนีออกมาจากเขตหายนะนั้น
จนกระทั่ง 16 ปีผ่านมา คนพันธุ์ใหม่ที่เรียกว่า Coppelion ซึ่งถูกสร้างด้วยเทคนิควิศวพันธุกรรมให้มีภูมิคุ้มกันต่อกัมมันตภาพรังสีก็ได้ถูกส่งเข้ามาเพื่อตามหาผู้รอดตายจากเหตุการณ์ครั้งนั้น
พวกเธอต้องเผชิญกับระบบนิเวศที่เกิดใหม่หลังจากเมืองถูกรกร้าง และความลับอันยิ่งใหญ่ที่ซ่อนอยู่ในซากเมืองโตเกียว
ความคล้ายคลึงเหล่านี้ ทำให้ผมแอบหวาดกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับญี่ปุ่นตอนนี้เสียจริง!!
ปล.วันนี้เป็นวันแรกของงานหนังสือปี 53 ครับ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิบูลย์กิจ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิบูลย์กิจ แสดงบทความทั้งหมด
วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2554
วันพฤหัสบดีที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
BERSERK : จากวันนั้น ...ถึงวันนี้
ผมจำไม่ได้อย่างแน่นอนว่าผมได้อ่านมหากาพย์ชิ้นนี้ตั้งแต่เมื่อไรแต่คร่าวๆมันก็ต้องเป็นช่วงประถมอย่างแน่นอน
การ์ตูนเรื่องนี้ถูกเขียนขึ้นตั้งแต่ปี 1990 จนถึงปัจจุบัน
ใช้เวลาไปแล้วกว่า 21 ปี
แต่มีรวมเล่มออกมาแค่ 35 เล่ม
วันนี้เป็นวันที่ฉบับภาษาไทยเล่ม 35 ออก
ทำให้ผมต้องมาเขียนถึง Berserk ซะหน่อย
เหตุผลที่เรียกว่ามหากาพย์คงเป็นที่มาจาก
1. ความยาวที่ยาวนานมากๆๆๆๆ
2. มันเป็นผลต่อเนื่องที่เราไม่แน่ใจว่า เราจะได้อ่านตอนจบของเรื่องมั้ย เพราะคนเขียนอาจจะตายก่อน
Kentarou Miura ผู้เขียน BERSERK เป็นโอตาคุที่ชอบเล่นเกมส์เป็นอย่างมาก
ทำให้เมื่อทีเกมส์แนวจีบสาวๆออกมา เขาต้องหยุดงบานเขียนเสียทุกครั้งไป
ทั้งๆที่เนื้อหาของ BERSERK นั้น ออกจะเป็นแนว Fantasy ผจญภัย ที่มีกลิ่นอายมืดๆอยู่ทั้งเรื่อง
ขัดแย้งกับรสนิยมของผู้เขียนอย่างชัดเจน!!!
เนื้อหาของเรื่องเป็นการเดินเรื่องที่มี กั๊ซ ตัวเอกของเรื่องเป็นผู้ดำเนินเรื่อง
โดยมีตัวร้านเป็นเพื่อนสนิทของ กั๊ซ ที่ชื่อว่า กรีฟิซ
ซึ่งถ้ามาเปิดอ่านโดยที่ไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน
ผู้อ่านใหม่ๆจะพาลเข้าใจผิดไปได้อย่างง่ายดายว่า ตัวร้ายคือ กั๊ซ อย่างแน่นอน
ตอนนี้เนื้อเรื่องออกทะเลไปพอสมควร
ทำให้ผู้อ่านยุคแรกๆถอนตัวไปหลายคน
แต่สำหรับผม
ผมยังแอบหวังลึกว่าจะได้อ่านตอนจบในชีวิตนี้...
ป้ายกำกับ:
เบอร์เซิกร์,
วิบูลย์กิจ,
โอตาคุ,
Kentarou Miura,
Manga,
VBK
วันศุกร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
The Beach Stars (ビーチスターズ) : หาดทราย แสงแดด และ บิกินี่
แนวทางของการเอา กีฬา มาใช้เป็นโครงเรื่องในการเขียนการ์ตูนนั้นเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมค่อนข้างมากเลยทีเดียวใน Manga
ทั้งเรื่องของ เบสบอล ฟุตบอล กรีฑา และอื่นๆอีกมากมาย
เร็วๆนี้ผมได้โอกาสอ่านเรื่อง The Beach Stars การ์ตูนที่ตอนแรกผมคิดว่าเป็น
การ์ตูนเซอร์วิสธรรมดาๆ แต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่เลย!
เนื้อหาของ The Beach Stars นั้นเข้มข้น และน่าสนใจยิ่งนัก
เพียงแต่มันมีรูปสาวในชุด บิกินี่ เยอะซะจนชวนให้เข้าใจผิดเท่านั้นเอง
ครั้งแรกที่ผมไม่ได้ซื้อหามา ก็เพราะคิดว่าเป็นการ์ตูน Service ดาดๆ
แต่พอได้เปิดอ่านแล้ว กลับได้รับอรรถรสและความรู้จากเรื่องราวของ Beach Volley มากขึ้นเป็นอย่างมาก
รายละเอียดของเนื้อหา และความสมจริงของการฝึกซ้อมค่อนข้างทำได้ดีเลยทีเดียว...
ตัวเอกเป็นเด็กสาวที่อกหักจากการเล่น Valley Ball เพราะชมรมถูกปิดไป
เธอจึงพยายามหาสิ่งที่จะคอยยึดเหนี่ยวจิตใจ จนได้พบกับ Beach Valley
และที่ันั่นเอง ก็ได้ทำให้เธอได้พบกับพรสวรรค์ที่ซ่อนอยู่ของเธอ...
ปัจจุบันนี้ผมไม่ได้ติดตามว่าภาคสองของเรื่องนี้มีตีพิมพ์ในประเทศไทยหรือเปล่า?
เพราะภาคแรกจะมีเพียง 7 เล่มเท่านั้นครับ :D
ป้ายกำกับ:
การ์ตูน ไทย,
วิบูลย์กิจ,
Manga,
The Beach Star
วันพุธที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
Alive: The Final Evolution (アライブ -最終 進化的 少年-, Araibu - Saishū Shinkateki Shōnen)
หลายๆครั้งที่ผมผ่านแผงหนังสือไปโดยมองข้ามหนังสือหลายๆเรื่องจากนั้นก็จะได้ยินคนอื่นพูดถึง...
พูดว่าเรื่องที่ผมพลาดไปนั้น มันเยี่ยมยอดขนาดไหน
Alive: The Final Evolution (アライブ -最終 進化的 少年-, Araibu - Saishū Shinkateki Shōnen) หรือในชื่อภาษาไทยว่า "เผ่าหายนะ คนผ่าเหล่า" ซึ่งจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ ก็เป็นหนึ่งในเรื่องที่เข้าข่ายนี้
ผมมองผ่านมันไปหลายที และแอบคิดไปเองว่ามันคงเป็นการ์ตูน Service เนื้อหาดาด
จนวันหนึ่งมีโอกาสได้อ่านบทความที่พูดถึงหนังสือการ์ตูนเรื่องนี้
...จนอดไม่ได้ ผมเลยไปตามหาการ์ตูนเรื่องนี้มาอ่านอย่างพลาดไม่ได้จริงๆ
เรื่องราวของมนุษย์ที่มีการกลายพันธุ์ในรูปแบบต่างๆนั้นผ่านตาของเราจากภาพยนตร์ Hollywood หลายๆเรื่อง
Alive ก็เช่นกัน การกลายพันธุ์ที่เลี่ยงไม่ได้ และพวกเขาไม่อาจเลือกได้ ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของมนุษย์กลุ่มหนึ่งไปอย่างถาวร
ภาพยนตร์ Action อย่าง X-Men มารวมร่างกับลายเส้นแบบ Manga ญี่ปุ่น คือคำจำกัดความของ การ์ตูนเรื่องนี้
ผมพึ่งอ่านเล่มจบเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
รู้สึกลึกซึ้งถึงปรัชญาบางอย่างที่แฝงไว้ในการ์ตูนเรื่องนี้...
ปรัชญาที่ว่า... คนเราต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป แม้ว่าต้องเผชิญกับความเจ็บช้ำแค่ไหนก็ตาม
ป้ายกำกับ:
ม Alive The Final Evolution,
วิบูลย์กิจ,
Adachitoka,
Araibu,
fantasy,
Manga,
Tadashi Kawashima,
VBK
วันเสาร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2554
Beck : ปุ ปะ จังหวะ ฮา
ผมจำได้ว่าครั้งแรกที่ผมเห็นหน้าปกของ Beck นั้น ผมมองข้ามไป และไม่ได้มีความคิดอยากจะซื้อมาอ่านแม้แต่น้อย อาจเป็นเพราะลายเส้นที่ดูไม่ถูกโฉลกกับผมมากนัก
ผ่านไปอยู่นานสักช่วงหนึ่งจน Beck ออกมาถึงรวมเล่มเล่มที่ 4 ถ้าผมจำไม่ผิด ผมมีโอกาสได้คุยกับเพื่อนที่เล่นดนตรีด้วยกันว่า Beck นี่ล่ะ สุดยอดความมันส์ของการ์ตูนดนตรี ผนวกกับช่วงนั้นที่ผมไม่ได้มีอะไรอ่านเป็นพิเศษ ทำให้ผมต้องไปซื้อหา Beck มาอ่านจนได้
จำได้ว่าหายากอยู่ในระดับหนึ่ง เพราะซื้อหาเล่ม 1 ไม่ได้ จนต้องเที่ยวตระเวนวุ่นอยู่พักหนึ่ง
พอหาได้ และ กลับมาอ่าน
...ความคิดที่ผมมีต่อ Beck ก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
...ผมว่าหนังสือเรื่องนี้มันร้องเพลงได้!!!
ผมเป็นคนที่อ่านหนังสือเยอะในระดับหนึ่ง แต่นี่เป็นเล่มแรกของหนังสือการ์ตูนดนตรี ที่ผมแทบจะได้ยินเสียงเพลงะไหลมาพร้อมกับตัวหนังสือ!
เรื่องราวของ Beck ไม่ไดเป็นตามสูตรสำเร็จทั่วไปนัก
ปูพื้นจากตัวละครตัวเอกที่ไม่ได้สมบูรณ์แบบอะไรมากนัก ออกจะเป็นเด็กขี้แพ้ธรรมดาๆในโรงเรียนซะด้วย
แต่จับพลัดจับผลูทำให้หนุ่มน้อยวัย 14 ที่ชื่อว่า "โคะยูกิ" ได้เริ่มมาเล่นกีต้าร์
จากนั้นโลกของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
Harold Sakuichi ผู้เขียน ได้เล่าเรื่องอย่างน่าสนใจ และตีแผ่มุมมองหลากหลายมุมที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนในอุตสาหกรรมดนตรี
จากวางอินดี้เล็กๆ กลายเป็นวง Rock ชื่อก้องโลก
หนทางของพวกเขาไม่ง่ายดายนัก
แต่ผมเชื่อว่า ทันทีที่คุณได้เริ่มงานเรื่องราวเหล่านี้
คุณอาจจะนึกถึงฝันที่เคยคิดเอาไว้เมื่อตอนยังเป็นเด็กก็ได้...
ผ่านไปอยู่นานสักช่วงหนึ่งจน Beck ออกมาถึงรวมเล่มเล่มที่ 4 ถ้าผมจำไม่ผิด ผมมีโอกาสได้คุยกับเพื่อนที่เล่นดนตรีด้วยกันว่า Beck นี่ล่ะ สุดยอดความมันส์ของการ์ตูนดนตรี ผนวกกับช่วงนั้นที่ผมไม่ได้มีอะไรอ่านเป็นพิเศษ ทำให้ผมต้องไปซื้อหา Beck มาอ่านจนได้
จำได้ว่าหายากอยู่ในระดับหนึ่ง เพราะซื้อหาเล่ม 1 ไม่ได้ จนต้องเที่ยวตระเวนวุ่นอยู่พักหนึ่งพอหาได้ และ กลับมาอ่าน
...ความคิดที่ผมมีต่อ Beck ก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
...ผมว่าหนังสือเรื่องนี้มันร้องเพลงได้!!!
ผมเป็นคนที่อ่านหนังสือเยอะในระดับหนึ่ง แต่นี่เป็นเล่มแรกของหนังสือการ์ตูนดนตรี ที่ผมแทบจะได้ยินเสียงเพลงะไหลมาพร้อมกับตัวหนังสือ!
เรื่องราวของ Beck ไม่ไดเป็นตามสูตรสำเร็จทั่วไปนัก
ปูพื้นจากตัวละครตัวเอกที่ไม่ได้สมบูรณ์แบบอะไรมากนัก ออกจะเป็นเด็กขี้แพ้ธรรมดาๆในโรงเรียนซะด้วย
แต่จับพลัดจับผลูทำให้หนุ่มน้อยวัย 14 ที่ชื่อว่า "โคะยูกิ" ได้เริ่มมาเล่นกีต้าร์
จากนั้นโลกของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
Harold Sakuichi ผู้เขียน ได้เล่าเรื่องอย่างน่าสนใจ และตีแผ่มุมมองหลากหลายมุมที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนในอุตสาหกรรมดนตรี
จากวางอินดี้เล็กๆ กลายเป็นวง Rock ชื่อก้องโลก
หนทางของพวกเขาไม่ง่ายดายนัก
แต่ผมเชื่อว่า ทันทีที่คุณได้เริ่มงานเรื่องราวเหล่านี้
คุณอาจจะนึกถึงฝันที่เคยคิดเอาไว้เมื่อตอนยังเป็นเด็กก็ได้...
ป้ายกำกับ:
การ์ตูน ไทย,
ดนตรี,
ปุ ปะ จังหวะ ฮา,
วิบูลย์กิจ,
อินดี้,
Beck,
Harold Sakuichi,
Manga,
Rock,
Thai,
VBK
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
