แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Michael crichton แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Michael crichton แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

Prey : เหยื่อ และ ความทรงจำในสนามบิน

ขณะนี้ผมนั่งเขียนบทความนี้อยู่ในห้องผู้โดยสารขาออกที่สนามบินนานาชาติภูเก็ต ที่เดียวกับที่ผมอ่านหนังสือเรื่อง Prey ของ Michael Crichton เมื่อ ปี 2004

เหตุการณ์คล้ายๆกันคือ ผมมาภูเก็ตแบบเช้าเย็นกลับ
ปีนั้นปีที่ผมมา เกิด Tsunami ที่ป่าตอง
หวังว่าปีนี้...2011 คงจะไม่เกิดอะไรขึ้น

ภูเก็ตในสายตาผมเปลี่ยนไป มันมีบรรยากาศใหม่ๆที่ผมรู้สึกแตกต่างไปจากการมาครั้งที่แล้ว
Prey ในสายตาผมก็เช่นกัน มันมีบรรยากาศที่แตกต่างไปจากงานเขียนยุครุ่งเรืองของ Crichton

ผมยกให้ Jurassic park เป็นเพชรยอดมงกุฎของ Crichton
นิยายก่อนหลังนั้นอย่าง Sphere และ Congo ก็จัดอยู่ในกลุ่มนี้
คือกลุ่มที่มีโครงเรื่อง และ พลังเพียงพอจะไปทำเป็นภาพยนตร์

แตกต่างจาก Prey ซึ่งผมถือว่าเป็นนิยายช่วงหลังของเขา
เนื้อหาและกลิ่นอายของ Science Fiction ยังคละคลุ้ง
แต่มันกลับไปไม่ถึงดังที่นิยายเก่าๆได้เคยไปตั้งมาตรฐานเอาไว้

Prey ยังคงเป็นการรวมเอาองค์ประกอบเด่นๆของ Crichton มาใช้ได้อย่างเหมาะสม
รายละเอียดและข้ออ้างอิงทางวิชาการก็ยังทำได้อย่างดีเช่นเคย

เพียงแต่ขาดอรรถรสบางอย่างที่จะพลักให้มันก้าวต่อไปเหมือนดังที่นิยายรุ่นพี่ๆเคยทำไว้ไม่ได้เท่านั้นเอง

เปิดฉากเรื่องขึ้นมาด้วยสถานการณ์การทดลองวิทยาศาสตร์ที่เปิดเผยไม่ได้ในห้อง lab แห่งหนึ่ง ซึ่งมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้กลุ่มตัวเอกต้องเข้าไปพัวพัน มีปมปริศนาที่ต้องแก้ไข มีสถานการณ์ขับขันที่ต้องเอาตัวรอดให้ผู้อ่านได้ลุ้นระทึกเป็นระยะๆ

ปริศนาทั้งหมดเริ่มทยอยคลายตัวในช่วงกลางๆเรื่องขมวดไปสู่จุดจบ

แต่แก่นเรื่อง และวิธีเล่าเรื่องที่เปิดฉากด้วยตอนท้ายทำให้ส่วนตัวผมรู้สึกว่ามันไม่ประติดประต่อแบบแปลกๆ จึงยังไม่เคยได้หยิบมันขึ้นมาอ่านซ้ำอีกครั้งเลย

พอมานึกถึงบรรยากาศตอนที่อ่านมัน ทำให้ตัวเองรู้สึกแก่ๆยังไงไม่รู้...

วันจันทร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2554

Jurassic Park : Life Always find the way...

ผมจำได้ชัดในวันที่ได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้
จำโรงที่ชมได้ดี และจำได้ชัดถึงความตื่นตาทุกๆอย่าง
ถ้าจะเรียกว่าหลงใหล ผมว่าผมหลงใหลใน Franchise ของ Jurassic Park มากๆ

ผมดูหนังเรื่องนี้ (เฉพาะภาค 1) ไปมากกว่า 200 ร้อยรอบ
ทั้งผ่านทางโรงภาพยนตร์ VDP LD DVD และ TV

ด้วยความชอบอย่างหัวปักหัวปำ ทำให้ผมต้องไปหาฉบับนิยายมาอ่านจนได้...

จำได้ว่าในตอนแรกๆนั้น ผมไม่สามารถหาฉบับภาษาไทยได้
ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ทำให้ต้องไปหาฉบับภาษาอังกฤษมาอ่าน

เด็ก ป.5 กับ นิยายวิทยาศาสตร์ภาษาอังกฤษกว่า 300 หน้า
ช่างเป็นส่วนผสมที่ไม่ลงตัวเหลือเกิน...
ภารกิจนั้นเลยไม่ได้สำเร็จลุล่วงด้วยดี

ล่วงเลยไปอีกช่วงยาวๆ
ผมไปได้ฉบับภาษาไทยมาจากรุ่นพี่ที่สนิทคนหนึ่ง
จำได้ว่าพอเปิดอ่านแล้ว มันหยุดไม่ได้เลยทีเดียว
ผมโซโล่ยาว 24 ชั่วโมงรวดจนจบ

มิติที่ได้รับจากการเสพย์นิยายนั้น
มันเมามายกว่าชมภาพยนตร์ยิ่งนัก

รายละเอียดปลีกย่อยของฉบับนิยายนั้นแตกต่างกับภาพยนตร์ค่อนข้างมาก
แต่อย่างว่า File from Novel มักจะต้องตัดถอนเพื่อให้ได้อรรถรสรวมในเวลา 2 ชั่วโมง
ซึ่งต้องตัดทอนอะไรๆไปเยอะอย่างแน่นอน

เพราะ Jurassic Park ทำให้ผมได้รู้จัก Michael Crichton และจากจุดนั้น
ทำให้ผมได้ติดตามอ่านผลงานเรื่องอื่นๆของเขา อย่าง Timeline, Congo, Sphere, etc.
และยกเขาเป็นนักเขียนอันดับหนึ่งในดวงใจ

Jurassic Park เป็นผลงานนวนิยายที่มีกลิ่นอายของการผจญภัย ผสมปนเปไปกับ
ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือ แต่ไม่หนักหัวเกินไป
บวกกับความเป็น American Hero นิดๆ ที่มีอยู่ในนวนิยายของ Crichton เกือบทุกเรื่อง
นั่นก็คือ การรวมตัวของกลุ่มผู้มีความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ
มาแก้ไขปัญหาบางอย่างร่วมกัน ซึ่งแต่ละเรื่องมีจุดจบที่แตกต่างกันไป
ตามเนื้อหาของมัน

สิ่งที่ช่วยให้ Crichton เขียนนิยายวิทยาศาตร์ได้ดี เนื่องจากเขามีความรู้ทางด้านนี้เป็นอย่างดี
จากการเป็นนักศึกษาเตรียมแพทย์ก่อนจะหันมาจับปากกาเป็นนักเขียน

ฉบับภาษาไทยตอนนี้คงต้องรอในงานหนังสือซึ่งจัดแปลโดยคุณสุวิทย์ ขาวปลอด
นักแปลที่ผมนิยมท่านหนึ่ง โดยสำนักพิมพ์วรรณวิภาครับ
 

หาหนังสือเก่า พูดคุยเรื่องหนังสือใน Facebook ได้ที่ : bangkokians.bookstore
ทำความรู้จักกับ Jurassic Park มากขึ้นที่นี่ : Jurassic Park on Goodreads