แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นิยายจีน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นิยายจีน แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2555

มาเฟียบู๊ลิ้ม ครึ่งหลัง…

ผมเคยเขียนเรื่องของมาเฟียบู๊ลิ้มเล่ม 1-5 ไปแล้วเมื่อเดือนก่อนๆในตอน “มาเฟียบู๊ลิ้ม - การเดินทางของเรื่องราวครึ่งทาง

ตอนนี้ผมอ่านตลุยจนจบครบ 10 เล่มถ้วน

1332997370

มีประเด็นหลายๆยอ่างที่ตกค้่งอยู่ในความคิดมาก

หากเปรียบเทียบกันแล้ว 5 เล่มแรก คือนิยายกำลังภายในที่เอาเรื่องของสัจจนิยมมาผูกผสาน ตื่นเต้น เร้าใจ และตัวเอกน่าสงสาร

ส่วน 5 เล่มหลัง เหมือนกับนิยายสืบสวน ที่เอาเรื่องของกำลังภายในมาผูกเข่าไปซะมากกว่า

รสชาติจึงแตกต่างกันไป

ในช่วงหลังนั้น ผมว่าเรื่องราวดำเนินเรื่องไปเร็ว และตัวละครหลายๆตัวหายไป โดยไม่บอกที่มาที่ไป

ราวกับว่าเรื่องนี้สามารถต่อยอดเขียนออกไปได้อีก เหมือนซีรีย์ของท่านอื่นๆ อย่างท่าน “อุน สุย อัน” ที่มีจักรวาลของตัวละครของตัวเองอยู่

ครึ่งหลัง ความดำหม่นของเรื่องราวจะเริ่มมีมากขึ้น

การล่อหลอก หักหลังกัน จะทำให้เราอยากติดตามจนวางไม่ได้

อ่านๆไป เหมือนว่าผู้เขียนจะพยายามตีแสกหน้าพวกนิยายจีนยุคก่อนๆ เพราะแนวการเดินเรื่องที่หาได้ยากจากนิยายจีนทั่สๆไปนั้น เป็นแนวหลักของเรื่องนี้เลยทีเดียว

วันอังคารที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2555

คนขุดสุสาน บนยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง ขอบเส้นระหว่างความจริงและจินตนาการ

13431209หลังจากได้อ่านรหัสลับหลังคาโลกไปแล้ว สยามฯก็คงทำการเกาะกระแสหอบหิ้วนิยายจีนอารมณ์เดียวกันมาล่อหลอกนักอ่านที่ติดใจรหัสลับ

ผมเองก็เป็นหนึ่งในคนที่โดนหลอกล่อ ทั้งๆที่ตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ซื้อ เพราะกลัวว่าจะติดพันอะไรพร้อมๆกันหลายอย่างจนเกินไป

แต่ไปพลาดยังไงไม่รู้ที่ซื้อมาอ่านจนได้

เรื่องราวของคนขุดสุสานนั้น มีกลิ่นไอคลับคล้ายกับรหัสลับฯอยู่ไม่น้อย แต่โดยส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าความคลับคล้ายหนังสือการ์ตูนของมันก็มีมากอยู่

ผมเคยเขียนไว้ในตอนพูดถึงรื่องรหัสลับฯว่า รหัสลับฯนั้น

“มีกลิ่นไอการผสมผสานระหว่างอินเดียน่า โจนส์, เพชรพระอุมา และ  นิยายจีนกำลังภายใน ผสมปนเปกันหมด”

สำหรับรหัสลับเองนั้น ผมแถมว่ามีพลังจินตนาการของหนังสือการ์ตูน (Manga) เข้าไปอีกด้วย

เนื้อเรื่องพูดถึง หูป๊าอิ อดีตทหารจากกองทัพจีนที่จับผลัดจับผลูไปอ่านบันทึกเรื่องฮวงจุ้ยของตระกูลมา พอมาบวกเล็กผสมน้อยกับความฉลาด (แกมโกง) ของตัวเอง ก็เอาวิชาความรู้เหล่านั้นไปเที่ยวคว่ำชาม หรือขุดสุสานนั่นเอง

ทีนี้ความมันส์มันอยู่ที่การเจาะ ขุด บุก สุสานแต่ละทีนั้น มันเต็มไปด้วยปีศาจ สัตว์ประหลาด ผี และอื่นๆอีกสารพัด ซึ่งจะพาให้เราเตลิดเหมือนอ่านหนังสือการ์ตูนแนวเหนือธรรมชาติสักเล่มอยู่ยังไงยังงั้น

เรื่องราวของการเนื้อหาเดินไปค่อนข้างเร็ว จะติดอยู่ตรงสำนวนแปลที่วัยรุ่นไปหน่อยสำหรับผม และการเชื่อมอารมณ์ทำได้ไม่ดีเท่ารหัสลับฯ แต่อ่านแล้วก็สนุกดี และอยากติดตามไปเรื่อย เรื่องนี้มีเพียง 4 เล่มจบชุดสั้นๆ

ลองหยิบมาอ่านกันก็ไม่น่าจะเสียเวลาอะไร

วันพุธที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2555

รหัสลับหลังคาโลก ส่วนผสมแปลกตาของนิยายจีนแปลไทย

12056890ผมเริ่มอ่านรหัสลับหลังคาโลกเพราะว่าแฟนผมซื้อมา แล้วก็บอกว่าไม่สนุก วางทิ้งไว้หลายเดือน จนกระทั่งผมเห็นว่าเอามาลองอ่านฆ่าเวลาดีกว่า เนื่องจากตอนนั้นอ่านแนวอื่นๆที่มีจนเบื่อไปหมดแล้ว

พอได้เริ่มอ่านเล่ม 1 กลิ่นไอการผสมผสานระหว่างอินเดียน่า โจนส์, เพชรพระอุมา และ  นิยายจีนกำลังภายใน ก็มาผสมปนเปกันหมด แต่มันก็มาโดนใจผมจนทำให้ต้องรีบออกไปซื้อเล่มที่เหลือมาโดยพลัน ถ้าจำไม่ผิดตอนนั้นไปซื้อมาจนถึงเล่ม 6 เลย และอ่านกันรวดเดียวจบในเวลาไม่กี่วัน

เหตุที่แปลก อาจจะเพราะว่านิยายจีนแนวนี้ ไม่ค่อยได้เข้ามาแปลในไทยเท่าไร ที่ผมเองรู้จัก ก็เรื่องนี้เรื่องแรกเลยด้วยซ้ำ

เรื่องราวเล่าไปถึงการผจญภัยตามหา กิเลนม่วง ซึ่งเป็นสัตว์หายากในตำนาน จากจุดนั้นการเดินทางก็ขยายวงไปสู่การตลามหา พาปาลา หรือ แชงกรีล่า ที่คนต่างเฝ้าคนหากันนั่นเอง

หากว่าคุณพนมเทียนจะให้จิตนาการว่าแผ่นดินไทยจะมีป่าลึกลับที่ทอดยาวเข้าไปทางพม่าถึงทิเบตอะไรเทือกนั้น ที่ราบทิเบตจะมีแผ่นดินลับๆซ่อนอยู่อีกสักแห่งคงไม่ใช่เรื่องแปลก

วันจันทร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2555

สัจจนิยมนวนิยาย จากมาเฟียบู๊ลิ้ม

1331026493

“คนเมื่อไม่มีเงินทอง สมองนึกถึงแต่ขนมเปี๊ยะช่วยให้อิ่มท้อง ไม่ว่าศีลธรรมจรรยา ตลอดจนมารยาทธรรมเนียมใดล้วนไม่คำนึงถึง แต่พอมีเงินมีอำนาจ ก็เริ่มใฝ่ฝันถึงสิ่งที่ไม่คำนึงนึกถึงมาก่อน”

จาก มาเฟียบูู๊ลิ้ม เล่ม 8

วันอังคารที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2555

มาเฟียบู๊ลิ้ม - การเดินทางของเรื่องราวครึ่งทาง

ครั้งแรกที่มีโอกาสได้หยิบมาเฟียบู๊ลิ้มมาอ่านนั้น เป็นเพราะว่าไม่รู้จะเอาอะไรมาอ่านก็เพียงเท่านั้น เนื่องจากว่าตอนนั้นผมได้อ่านนิยายตะวันตกซะจนอิ่มแปล้ และเริ่มเลี่ยนกับรสชาติ ผนวกกับได้อ่าน รหัสลับหลังคาโลก ในช่วงนั้นพอดี ทำให้มีความรู้สุกเอาเองว่า อยากจะหา “บู๊เฮี๊ยบ” มาอ่านสักเรื่อง

เหลียวซ้ายแลขวาที่มีอยู่ในบ้านก็ผ่านตาซะจนเบื่อ เลยทดลอหยิบมาเฟียบู๊ลิ้มมาชิมรส

109

หลังจากได้อ่านคำเปรยของสำนักพิมพ์ที่เขียนเอาไว้อย่างได้อรรถรสว่า

“ มาเฟียบู๊ลิ้ม ”  เป็นผลงานนวนิยายกำลังภายในของเชวียเยี่ยอู๋ถง  นักเขียนหน้าใหม่จากจีนแผ่นดินใหญ่ ที่สร้างปรากฏการณ์  ตั้งแต่ผลงานเรื่องแรก  ทั้งชุดมี 10 เล่ม   สำนักพิมพ์สยามอินเตอร์บุ๊คส์จัดพิมพ์ จัดจำหน่าย โดยได้รับอนุญาตจากเจ้าของบทประพันธ์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
 
      เรื่องราวเล่าถึง  หวังเทียนอี้ ศิษย์ผู้ไม่มีความโดดเด่นของสำนักชิงเฉิง ทั้งได้รับการจัดอันดับเป็นกลุ่มล่างสุดของสำนัก  หากแต่ในวันหนึ่งเขากลับพบว่า  วิชาการต่อสู้ของสำนักชิงเฉิงนั้น   ล้วนรุ่มร่ามและไร้ประโยชน์  เขาจึงแอบแผ้วถางเส้นทางการฝึกวิชาบู๊สายใหม่ให้แก่ตัวเองโดยที่คนในสำนักก็ไม่ทราบ และกลายเป็นปฐมบทแห่งเรื่องราวมาเฟียบู๊ลิ้ม
 
      จุดเด่นที่แท้จริงและดีเลิศของนวนิยายเรื่องนี้  คือความสมจริงของเนื้อหา   ตั้งแต่วิธีการฝึกปรือวิชา   เรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างค่ายพรรค และสำนัก  ตลอดจนไปถึงเรื่องราวของเงินทองที่ทุกอย่างในเรื่องล้วนแต่มีราคาค่างวดทั้งสิ้น อาจกล่าวได้ว่า จอมยุทธ์ในเรื่องนี้ไม่ได้ใช้จ่ายเงินราวสายน้ำ เช่น นวนิยายกำลังภายในเรื่องอื่นๆ  เงินทุกตำลึงล้วนมีที่มาและที่ไปชัดเจน 

โดยภาพรวม มาเฟียบู๊ลิ้ม  จัดเป็นนวนิยายกำลังภายในที่แปลกแหวกวงการ  โดดเด่นไม่ซ้ำใคร หากแต่ยังคงมีกลิ่นอายของนวนิยายกำลังภายในชั้นดีอย่างครบถ้วน  คอนวนิยายกำลังภายในทั้งหลายไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง
 
หนังสือเล่มนี้สะท้อนให้เห็นถึงชีวิตที่โหดร้ายของชาวยุทธจักรที่ต้องใช้เลือดเนื้อเข้าแลกเพื่อครอบครอง  แต่เป็นนวนิยายที่ฉายภาพแห่งความจริงต่างจากนวนิยายบู๊ลิ้มเรื่องอื่นๆ 

“ ผมรู้สึกดีใจมากที่มีโอกาสได้อ่านนวนิยายกำลังภายในแนวสัจนิยมซึ่งหาได้ยากยิ่ง  แม้ผู้ประพันธ์จะเป็นนักเขียนหน้าใหม่ แต่ก็ประสบความสำเร็จอย่างสูงจากนิตยสารรายปักษ์ และอินเตอร์เน็ตก่อนจะมารวมพิมพ์เป็นเล่ม   จึงขอให้เพื่อนนักอ่านชาวไทยได้ทดลองสัมผัสรสชาติแปลกใหม่ในอีกแบบหนึ่ง  “  ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ผู้เขียนคำนำเสนอ ”
 
      หากท่านเป็นแฟนพันธุ์แท้นวนิยายกำลังภายใน นี่คืออีกหนึ่งยอดผลงานที่ท่านคู่ควรมีไว้ในครอบครอง
 

ก็เลยอยากหยิบยกมาลองอ่านดูว่า คำโฆษณานั้น จะเป็นจริงเท่าไหน พอได้ทดลองอ่านแล้ว ยอมรับว่า แม้จะไม่เลิศเลอมากมาย แต่ก็ทำให้ไม่อาจวางได้โดยง่าย

จุดที่ผมชอบในนวนิยายเรื่องนี้เลย ก็คงคล้ายกับคำบรรยายของสำนักพิมพ์ที่ว่า… “จอมยุทธ์ในเรื่องนี้ไม่ได้ใช้จ่ายเงินราวสายน้ำ”

และประเด็นเหล่านี้มันทำให้ความสมจริงปรากฎขึ้นทันทีที่อ่าน จะบริหารสำนักได้ ก็ต้องมีเงิน จะทองยุทธภพได้ก็ต้องใช้เบี้ยหวัด ซึ่งบรรยากาศเหล่านี้ก็เคยมีใน 18 อรหันต์ทองคำของ Giddens มาแล้ว แต่ยังไม่จริงเท่าในมาเฟียฯ

แม้จะเป็นยอดยุทธอันดับหนึ่งในแผ่นดิน ก็มิอาจไม่เลี้ยงดูค่ายสำนัก และหากต้องเลี้ยงดูค่ายสำนักก็ต้องมีเงิน!!!

แม้แต่การซื้อยอดวิชาก็ต้องใช้เงินตราทั้งนั้น

เมื่อผมได้เริ่มอ่านไปจนถึงครึ่งทาง คือ 5 เล่ม จาก 10 เล่มแล้ว ก็ยอมรับว่ามันเป็นรสชาติแปลกใหม่ที่อยากเชิญชวนให้เพื่อนๆนักอ่านได้มาทดลองอ่านกันจริงๆ!!!

วันพฤหัสบดีที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2554

มหากาพย์ภูผามหานที : ภาคปฐมบทผู้กล้า

ผมเป็นแฟนนิยายจีน บู๊ เฮี๊ยบ อย่างเหนียวแน่น
อ่านเรื่องดังครบถ้วนทุกเรื่อง
ถกเถียงเรื่องหลักวิชาอยู่เป็นครั้งคราว

และยกสำนวนของ โกว เล้ง มังกรเมรัย
เป็นปรมาจารย์

หาใช่ว่าเดียจฉันท์งานประพันธ์ของท่านอื่น
แต่หนักชอบไปทางสำนวน และการต่อสู้แนวโกว เล้ง มากกว่า

โตมาหลังจากได้เสพย์งานของ โกว เล้ง และ กิม ย้ง ผ่านทาง
ละครโทรทัศน์เสียส่วนมาก

ผมก็ได้เริ่มมารู้จัก หวง อี้ จอมเทพอักษราแห่งบูรพาทิศ
ผ่านทางหนังสือการ์ตูนฮ่องกง ที่เข้ามาตีพิมพ์โดยบูรพัฒน์

จากนั้นก็เริ่มติดตามผลงานของนักเขียนคนอื่นๆมาเรื่อยๆ

จนได้มาพบกับ เฟิง เกอ (บทเพลงแห่งหงส์) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นใหม่
ของมุมมองการอ่านนิยายจีนของผม

เพราะ เฟิง เกอ เอาสิ่งที่ดูแปลกแยกจาก บู๊ เฮี๊ยบ มาเรียงร้อยลงไปในตัวอักษรอย่างลงตัว
ทั้งเรื่องของการนำเอาหลักคณิตศาสตร์มาผนวกกับแผนภาพ ปา กั๋ว

ก่อเกิดวิทยายุทธมหัศจรรย์พันลึกกว่าที่เคยทีจากนิยายจีนเล่มไหนที่ผมอ่าน

ภาคปฐมบทผู้กล้า เป็นจุดเริ่มต้นของมหากาพย์ชุดนี้ ซึ่งมีความยาวเพียง 1 เล่มจบ

เล่าถึงเรื่องราวก่อนกำเนิดของตัวเอกในภาค 2 และเริ่มปูเกริ่นแนวทางวิชาต่างๆเอาไว้
พร้อมทั้งการผูกพันธ์บุณคุณความแค้นที่ล้ำลึกไปสู่ภาค 2

แนวเขียนของ เฟิง เกอ จะหนักไปทาง กิมย้ง มากกว่า โกว เล้ง
นุ่มนวลกว่า ละมุนกว่า

แต่จุดเด่นสำคัญคือเรื่องของยุทธจักรที่แหวกแนวจากเรื่องอื่นๆ
ถึงแม้จะมีช่วงเวลาทับซ้อนกับนิยายจีนเรื่องอื่นๆอยู่

สำหรับผู้สนใจที่จะเริ่มอ่านนิยายจีน เรื่องนี้นับว่าเป็นทางเลือกที่ไม่เลวเช่นกัน...